ประวัติความเป็นมา : ชุมชนโภคาภิวัฒน์เป็นชุมชนของชาวไทยพวน มีการเล่าขานกันว่า ชาวโภคาภิวัฒน์ อพยพมาจากเมืองเชียงขางประเทศลาว มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดสิงห์บุรี ได้มาตามทางแม่น้ำและตั้งที่อยู่ในหมู่ที่ 5 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี แต่เดิมเรียกว่า"บ้านดอนคา"เพราะมีหญ้าคาขึ้นปกคลุมหนาแน่นเต็มไปหมด ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ชุมชนโภคาภิวัฒน์" จนถึงปัจจุบัน

จุดเด่น / เอกลักษณ์

ชุมชนโภคาภิวัฒน์ : เป็นชุมชนที่มีเชื้อสายไทยพวนได้อพยพมาจากเมืองเชียงขางประเทศลาว มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดสิงห์บุรี ภายในชุมชนจะมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ภาษาพูด (ภาษาพวน) การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์คือ ผู้หญิงใส่ผ้าซิ่น ผ้าฝ้าย หรือผ้าไหมใส่กับเสื้อแขนกระบอก หากอยู่บ้านจะเป็นเสื้อคอกระเช้า ส่วนผู้ชายจะเป็นเสื้อม่อฮ่อม ผ้าขาวม้าคาดพุง อาหารพื้นบ้านและประเพณี เช่น ประเพณีสงกรานต์วิถีไทยพวน การสรงน้ำพระแบบไทยพวน ประเพณีกำฟ้า ประเพณีกวนข้าวทิพย์ เป็นต้น

แนะนำจุดท่องเที่ยว

 

จุดที่ 1 ชมวิถีชาวบ้านโภคาภิวัฒน์ ณ หจกสุภัทรรุ่งเรืองกิจ

บ้านโภคาภิวัฒน์ เป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ที่มีความน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของ จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นถิ่นที่มีชาวไทยพวนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆ ของคนในหมู่บ้านได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมของชาวไทยพวน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะเลือกซื้อสินค้า OTOP จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนลิ้มลองอาหารของชาวไทยพวน เป็นของฝากกลับบ้านได้อีกด้วย

การทำข้าวไรซ์เบอรี่

จุดที่ 2 สวนเมล่อน

แวะชมฟาร์มเมล่อนสิงห์บุรี ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเงียบๆ ในช่วงแรกๆ จนถึงเมื่อผลเมล่อนรสชาติอร่อยได้ถูกเผยแพร่ออกไป โรงเรือนที่เห็นนั้น ใช้เทคโนโลยีของอิตาลีภายในจะเป็นระบบอีแว๊ป เป็นโรงเรือนปิดใช้หลักการเดียวกับฟาร์มหมู ซึ่งก็เลี้ยงหมูมาก่อนและตอนนี้ก็ยังเลี้ยงอยู่ คิดอยู่ว่าเมล่อนจะปลูกได้ดีหรือไม่ อร่อยหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับองค์ประกอบในเรื่องของอุณหภูมิ หากเราสามารถควบคุมได้ก็จะทำให้เมล่อนอยู่สบายทั้งกลางวันกลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่เมล่อนนอนหลับ สามารถเติบโตได้อย่างเหมาะสมตามสายพันธุ์ การควบคุมอุณหภูมินี้ยังส่งผลถึงเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เรียกว่าสามารถป้องกันแมลงและปลอดสารเคมี 100%  ใช้เมล็ดพันธุ์เมล่อนตระกูลสูงที่ชนะการประกวดเป็นแชมป์ในญี่ปุ่น ให้เนื้อสีเขียวอมเหลือง กลิ่นหอม รสชาติหวานละลายในปากต่างจากเมล่อนทั่วไปโดยกระทรวงเกษตรของเขารับรองรสชาติ การนำผึ้งชันโรงมาเป็นตัวผสมเกสร เป็นวิธีการแบบธรรมชาติ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้คนเขี่ยผสมเกสรในดอกที่ต้องการให้ออกผล แต่ที่ใช้ผึ้งก็เพราะมั่นใจว่าจะเป็นมืออาชีพมากกว่าคนทำ

 

 

จุดที่ 3 ศูนย์การเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์การเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสวนเกษตรผสมที่ชุมชนได้ร่วมกันก่อตั้งเพื่อให้คนที่ต้องการความรู้ในการใช้ชีวิตแบบพอเพียงเข้ามาเรียนรู้ การใช้ชีวิตแบบพอเพียง ปลูกพืชผัก เลี้ยงปลา และไถนา ทำนา เพื่อตามรอยพระราชดำริของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9  และยังมีสถานที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม หรืออากาศที่บริสุทธิ์

จุดที่ 4 วัดโภคาภิวัฒน์

แวะสักการะวัดโภคาภิวัฒน์ ที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา มีพระประธานประจำอุโบสถปางมารวิชัยขนาดหนัาตักกว้าง 68 นิ้ว สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2533 พระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัย ขนาดหนักตักกว้าง 3 นิ้ว พระพุทธรูปหลวงพ่อหิน วัดโภคาภิวัฒน์ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2380 เดิมชื่อว่า "วัดดอนคา" ต่อมาได้เรียกว่า "วัดโภคาภิวัฒน์" ถึง พ.ศ. 2483 จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น "วัดโภคาภิวัฒน์" ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2400

 

จุดที่ 5 ศาลเจ้าปู่ขุนทอง

แวะขอพรจากศาลเจ้าปู่ขุนทอง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหลังหมู่บ้านเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนหมู่บ้านและย่านใกล้เคียงมาก ว่ากันว่ามีอายุยาวนานนับร้อยปี ที่มาของเจ้าปู่ขุนทองมีคติความเชื่อเป็น 2 นัยยะด้วยกัน นัยยะที่ 1 เชื่อว่าเป็นเทพเจ้าที่ติดตามมาปกปักรักษาคนพวนตั้งแต่สมัยอพยพมาแต่เชียงขวาง (ประเทศลาวในปัจจุบัน) นัยยะที่ 2 ท่านเป็นทหารขุนนางในสมัยก่อนแล้วถูกฆ่าตายศพลอยน้ำมาติดอยู่แถวศาลปัจจุบัน ชาวบ้านช่วยกันนำศพมาเผาแล้วตั้งศาลให้เป็นที่อยู่ของดวงวิญญาณ หลังจากนั้นมีผู้คนไปกราบไหว้บูชาก็เกิดความสำเร็จ

 

ที่พักและสถานที่อำนวยความสะดวก

 

ร้านสะดวกซื้อใกล้เคียง

  • 7-Eleven สาขาบางน้ำเชี่ยว 

ร้านอาหารใกล้เคียง

  • ครัวขวัญเมือง 
  • ร้านอาหารอาหลาน 
  • ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแม่ดารา 

ที่พักใกล้เคียง

  • บ้านสวนรีสอร์ท 
  • โรงแรมเซ็นทรัลพาร์ค
  • โรงแรมไชยแสงวิลล่า 

แผนที่บ้านวัดโภคาภิวัฒน์

สินค้า OTOP / อาหาร

การเดินทางมาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี

 

รถยนต์ส่วนบุคคล

จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) จากกรุงเทพมหานครถึงสิงห์บุรีระยะทาง 142 กิโลเมตร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 309 (วังน้อย-สิงห์บุรี) ผ่านอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจังหวัดอ่างทองโดยผ่านจังหวัดอ่างทองระยะทาง 144 กิโลเมตร โดยใช้ถนนเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 311 (ลพบุรี-ชัยนาท)  จนถึงตัวเมืองจังหวัดสิงห์บุรีเชื่อมต่อทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 309 ไปยังหมู่บ้านโภคาภิวัฒน์

 

รถประจำทาง

จากกรุงเทพฯสามารถขึ้นรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-สิงห์บุรีได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต2 หรือคิวรถตู้บริเวณห้าง Center one ค่าตั๋วโดยสาร 100 บาท ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัดได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com เมื่อถึงตัวเมืองสิงห์บุรีสามารถต่อรถสองแถว สามล้อ หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างจะมีจอดประจำที่จุดต่าง ๆ ในจังหวัด

 (ดูเส้น Google map คลิก GPS)

ติดต่อสอบถาม

น.ส.อมรรัตน์ นันทศรี เบอร์โทรศัพท์ 088 435 3633

ชมภาพ ชมวิว ท่องเที่ยว บ้านโภคาภิวัฒน์

ภาพ 360 องศา บริเวณวัดโภคาภิวัฒน์